ศค.จชต. ประชุมพิจารณากลั่นกรอง (ร่าง)แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาฯ พ.ศ. 2566 – 2570 โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 นายนิกร เซ้งเถียร รองผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในการประชุมพิจารณากลั่นกรอง (ร่าง)แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2566 – 2570 โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ โรงแรมเซาท์เทิร์น วิว อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้แทนภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2566 – 2570 เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุง (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2566 – 2570 ดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์
โดยมี คณะอนุกรรมการบริหารจัดการด้านการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (อบศ.จชต.) มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าปัญญาเลิศ สมาคมพัฒนาสตรีและการช่วยเหลือเด็กกำพร้า สมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ สมาคมศิษย์เก่าบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.ปัตตานี ศูนย์อัลกุรอานและภาษา คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ สถาบันอิสลามมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ประธานกลุ่มเพื่อนเยาวชนและคนพุทธ สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคด้านฮาลาล วิสาหกิจชุมชนบ้านชาสมุนไพรตำบลหน้าถ้ำ องค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง สภาประชาสังคมชายแดนใต้ สมาคมประชาสังคมนราธิวาส และสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา เข้าร่วมประชุมฯ
ซึ่งในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2566 – 2570 ประกอบด้วยแผนปฏิบัติการจำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และบริหารจัดการศึกษาเชิงบูรณาการให้มีประสิทธิภาพ แผนปฏิบัติการฉบับดังกล่าวได้รับการให้ความสำคัญจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างสูง เพื่อนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการศึกษา และพัฒนาเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีคุณภาพ นำไปสู่เป้าหมาย ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ดี กินดี และมีความสุขอย่างยั่งยืน
ประเด็นในการมีส่วนร่วม ผลจากการมีส่วนร่วม
แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 1 สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
1. การศึกษานอกระบบเป็นรูปแบบการศึกษาที่สอดคล้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นควรศึกษาถึงแนวทางการจัดการศึกษานอกระบบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เหมาะสมเพิ่มเติม 2. ความเหลื่อมล้ำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีความเหลื่อมล้ำด้านศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เป็นรากสาเหตุของปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของนักเรียนไทยพุทธ ที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมด้วย 3. ควรพิจารณาปัญหาการเข้าถึงการศึกษากรณีการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ส่งผลให้ผู้เรียนที่อยู่ห่างไกลประสบปัญหาในการเดินทางไปโรงเรียน 4. โครงการคืนครูให้นักเรียนเป็นโครงการที่ดี ควรมีอย่างต่อเนื่อง เพราะทำให้ครูมีเวลามาสอนนักเรียนมากขึ้น
แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 2 ยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในวิถีโลกยุคใหม่
1. การจัดการศึกษาต้องคำนึงถึงความต้องการของพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งการยกระดับคุณภาพการศึกษาต้องทำความเข้าใจถึงความต้องของผู้เรียนด้วย นอกจากนี้การศึกษาคือการเจริญงอกงามทางปัญหาที่ไม่ควรบังคับและปิดกั้น 2. ควรส่งเสริมให้มีสถาบันภาษานานาชาติในมหาวิทยาลัยทุกจังหวัด เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาอาหรับ เป็นต้น โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนภาษาที่ตนเองสนใจ และสร้างบรรยากาศในการเรียนภาษาให้มีความผ่อนคลาย 3. การแก้ไขปัญหาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรให้โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีบทบาท และมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไปด้วยกัน 4. ภาครัฐควรนำเอาวิธีการสอนจากโรงเรียนเอกชนที่มีวิธีการเรียนการสอนที่ดี มาเป็นกรอบ หรือแนวทาง เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียนของรัฐเอง 5. ควรพัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาในพื้นที่ และจัดให้มีระบบวัดและประเมินผลทางการศึกษาที่ใช้เป็นกาลเฉพาะซึ่งแตกต่างจากการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ใช้โดยทั่วไป
แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 3 การส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม
1. การเรียนศาสนาในโรงเรียนยังไม่ทั่วถึง บางโรงเรียนมีการเรียนการสอนแค่เพียงศาสนาเดียวจึงไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของคำว่า พหุวัฒนธรรม 2. โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาไม่มีงบประมาณเพียงพอต่อการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพโรงเรียนควรส่งเสริมและพัฒนาผู้สอนในโรงเรียนตาดีกา ควรมีการปลูกฝังเรื่องศาสนากับนักเรียนทุกช่วงวัย ส่งผลให้การคอรัปชั่นหมดไปได้ 3. ควรส่งเสริมการเรียนการสอนพระพุทธศาสนา ในวันหยุด
แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 4 ผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
1. การจัดการเรียนการสอนด้านอาชีพควรฝึกอาชีพ และฝึกทักษะชีวิตควบคู่กันเพื่อให้ผู้เรียนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ และควรให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงาน 2. ควรพัฒนาระบบ Young smart farmer ให้เป็นนวัตกรรมที่ใช้ความรู้ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นหลักสูตรทางการศึกษาที่สามารถเข้าสู่ระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank ) 3. ควรส่งเสริมการจัดหลักสูตรการเรียนสายวิชาชีพควบคู่การฝึกประสบการณ์ทำงาน 4. ควรสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ด้านปศุสัตว์และการเกษตร ควบคู่ปลูกฝังจิตสำนึก (mind set) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 4. ควรส่งเสริมการเรียนหลักสูตรสายอาชีพเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากโดยใช้ผลผลิตเดิมในพื้นที่มาพัฒนาให้เป็นนวัตกรรม ลดการพึ่งพาจากภายนอก 5. โรงเรียนควรรับนักเรียนที่มีความสนใจเฉพาะทาง และฝึกฝนให้เกิดความชำนาญในสาขานั้น ๆ
แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 5 บริหารจัดการศึกษา เชิงบูรณาการให้มีประสิทธิภาพ
1. ควรส่งเสริมให้ภาคประชาชน และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในพื้นที่ตั้งแต่การกำหนดนโยบายจนถึงการปฏิบัติ 2. ระบบการศึกษายังขาดบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความรู้ที่แท้จริงในเรื่องนั้น ๆ 3. ควรปรับเปลี่ยนทัศนคติของครูผู้สอนให้เข้าใจผู้เรียนมากขึ้น 4. ควรเตรียมความพร้อมการเผชิญภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรคอุบัติใหม่ ยาเสพติด เป็นต้น
สรุปข้อมูลของผู้มีส่วนร่วม
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกาศ ณ วันที่ 26 มกราคม 2565 ข้อ 2 ให้จัดตั้ง “ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้” เป็นหน่วยงานการศึกษา ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่น หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดังนั้น ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณากลั่นกรอง (ร่าง) แผนปฏิบัติการการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ ภาคประชาชน ผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนา นอกจากนี้แนวคิดการจัดทำแผนปฏิบัติการฯ ต้องมีความเชื่อมโยงกับหลักศาสนาอิสลาม รวมถึงต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานมีความสอดรับกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ในวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงแรมเซาท์เทิร์น วิว ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย - มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ - ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคด้านฮาลาล - สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา - เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ - องค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง - กลุ่มเพื่อนเยาวชนและคนพุทธ - วิสาหกิจชุมชนบ้านชาสมุนไพรตำบลหน้าถ้ำ - เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ - สมาคมประชาสังคมนราธิวาส
ผลจากการมีส่วนร่วม
ภายหลังการประชุมฯ และรับฟังความคิดเห็นของของภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับ (ร่าง) แผนปฏิบัติการการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2566 – 2570 ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินการนำความคิดเห็น เข้าร่วมการพิจารณาในคราวการประชุม พิจารณากลั่นกรอง (ร่าง) แผนปฏิบัติการการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2566– 2570 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1- 2 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมหรรษา เจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
การนำผลจากการมีส่วนร่วมไปปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงาน
ข้อเสนอแนะ ไปใช้เป็นกรอบแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานและจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ เรื่อง ประกอบด้วย - แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 1 สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา - แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 2 ยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในวิถีโลกยุคใหม่ - แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 3 การส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม - แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 4 ผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน - แผนปฏิบัติการเรื่องที่ 5 บริหารจัดการศึกษา เชิงบูรณาการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การจัดทำแผนปฏิบัติการการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการฯ ดังกล่าว บรรลุตามวัตถุประสงค์ และเมื่อแผนฉบับนี้ผ่านกระบวนการต่าง ๆ แล้ว หน่วยงานทางการศึกษาและหน่วยร่วมบูรณาการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถใช้เป็นเครื่องมือและกรอบแนวทางในการจัดการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา บริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และใช้ในการขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดกิจกรรมเปิดโลกทัศน์แลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ เสริมสร้างอัตลักษณ์และวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ภายใต้โครงการโรงเรียนเข้มแข็งชุมชนร่วมมือ เสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมสู่สันติสุขชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2566 ณ แหล่งเรียนรู้ในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง และสตูล เพื่อให้กลุ่มเยาวชน นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้เกิดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้รับประสบการณ์ตรงจากการทัศนศึกษาเรียนรู้ชุมชนพหุวัฒนธรรม การลงพื้นที่ไปยังศูนย์การเรียนรู้พหุวัฒนธรรมในชุมชนต่างๆ อาทิ ชุมชนบ้านเหนือ จังหวัดสงขลา ชุมชนบ้านพูด จังหวัดพัทลุง ศูนย์ศิลปะวิถี จังหวัดตรัง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดสตูล เป็นต้น ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ผ่านการแลกเปลี่ยนมุมมองและการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกับผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในชุมชนตามบริบทของพื้นที่ ได้เกิดการเรียนรู้และทำความเข้าใจชุมชนเชิงพหุวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ระหว่างวัฒนธรรมชุมชนชาวไทยพุทธและวัฒนธรรมชุมชนชาวไทยมุสลิม รวมทั้งผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ทำให้เยาวชนได้เกิดการยอมรับและตระหนักถึงคุณค่าของการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างหลากหลายทางพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมทักษะการดำเนินชีวิต แลกเปลี่ยนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมร่วมอย่างสร้างสรรค์ เสริมสร้างภาวะผู้นำพัฒนาเครือข่ายเยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสามารถนำองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้รับไปขยายผลต่อในสถานศึกษา ชุมชนและบุคคลใกล้ชิดต่อไป โดยในการจัดกิจกรรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนและการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อาทิ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้ให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมโดยส่งนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 23 โรงเรียน รวมมีผู้เข้าร่วมกิจกรรรมทั้งสิ้นจำนวน 155 คน
ศค.จชต. ติดตามและประสานการช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษารายปีต่อเนื่อง ของผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
————————————————
นายนิกร เซ้งเถียร ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบหมายให้บุคลากร ศค.จชต. พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัด (จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล) ประกอบด้วย นางอุไรวรรณ วิชัยกุล รองศึกษาธิการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล ร่วมลงพื้นที่ติดตามและประสานการช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษารายปีต่อเนื่อง ของผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 72 ราย ในระหว่างวันที่ 10 – 14 กรกฎาคม 2566 ณ จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล
โดยการลงพื้นที่ติดตามดังกล่าว มีผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาต่างๆ ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ/การดูแล นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับทุนการศึกษารายปีต่อเนื่องของผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และมี ศค.จชต. เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและบูรณาการการให้ความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ นายนิกร เซ้งเถียร ผู้อำนวยการ ศค.จชต. ได้มอบความห่วงใยและส่งกำลังใจถึงนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจากการลงพื้นที่ในภาพรวม
นักเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบทุนการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ระดับเด็กเล็กก่อนวัยเรียนจนถึงระดับปริญญาตรี (ด้านโอกาสทางการศึกษา ด้านการช่วยเหลือครอบครัวและการพึ่งพาตัวเอง และด้านการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ) และมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต การศึกษาต่อในอนาคต ในการนี้ คณะทำงานฯ ได้รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินการ การให้บริการ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาระบบและรูปแบบการทำงานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นต่อไป